Monthly Archives: สิงหาคม 2017

อีกหนึ่งทางเลือกของคนแพ้

สมุนไพรรักษาโรคหอบหืดมีอยู่หลายชนิด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาฉบับแพทย์แผนไทย ลองศึกษาไว้ก็ไม่เสียหลาย โรคหอบหืด เป็นโรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งในปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดนั้นมีมากขึ้น เช่น มลภาวะและอากาศที่เป็นพิษที่มีอัตราสูงขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่แบบเมืองซึ่งแออัดทำให้มีการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อทางเดินระบบหายใจได้ง่าย และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มประชากรที่นิยมสูบบุหรี่ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มของผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี จึงขอแนะนำให้รู้จักกับสมุนไพรไทยที่สามารถใช้รักษาอาการหอบหืดได้ โดยลงตีพิมพ์ไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน โรคหอบหืด เป็นโรคที่มีภาวะการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ซึ่งมีผลทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมของผู้ป่วยมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีดหรือหอยเหนื่อย เกิดขึ้นทันทีเมื่อได้รับสารก่อโรคหรือสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ หรือแม้กระทั่งอากาศที่เย็น ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจหายได้เอง หรือหายโดยการใช้ยาขยายหลอดลม ผู้ป่วยโรคหอบหืดบางรายอาจมีอาการเกิดขึ้นเพียงปีละ 1-2 ครั้ง แต่ในบางรายอาจมีอาการเรื้อรังตลอดปี และมีความจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยาที่ใช้ในโรคนี้ก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายประการ เช่น

ประโยชน์ผักชีลาว

ผักชีลาว ผักอีกชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ เราอาจจะเห็นได้บ่อยว่าเจ้าผักชนิดนี้ถูกนำไปใส่ในอาหารพื้นเมืองของภาคอีสาน ทั้งที่เราไม่เคยรู้กันเลยว่าจริง ๆ แล้วเจ้าผักชีลาวที่มีใบเล็กเป็นฝอย ๆ นี้จะมีประโยชน์นอกเหนือจากกลิ่นหรือไม่ ไม่ต้องมัวแต่ข้องใจกันแล้ว เราลองเช็กประโยชน์กันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า คราวหน้าถ้าเห็นอยู่ในอาหารจะได้ไม่เผลอเขี่ยประโยชน์ดี ๆ ทิ้งไปไงล่ะ ผักชีลาว ภาษาอังกฤษเรียกว่า Dill Weed ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anethum graveolens เป็นพืชที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยถูกนำมาใช้ทำเป็นยาในอียิปต์และโรม เป็นพืชที่ใบมีลักษณะคล้ายปีกนกเล็ก ๆ เรียงซ้อนทับกันไปมา และมีรสชาติคล้ายกับใบพาสลีย์ เมล็ดมีน้ำมันหอมระเหยที่นิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ใบยังนิยมมารับประทานสดเป็นผักเคียงหรือนำไปปรุงอาหารอีกด้วย โดยผักชีลาว 100 กรัม มีคุณค่าทางอาหารดังนี้ + พลังงาน 43 กิโลแคลอรี + คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม

สวยธรรมชาติครบทุกส่วน

ะเดา (Neem) ทุกส่วนของต้นสะเดานั้นมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง มาดูคุณประโยชน์ด้านความงามกันค่ะ รักษาสิว - นำใบสะเดา 2-3 ใบ มาต้ม เมื่อเย็นลงนำก้อนสำลีกลม ๆ มาชุบน้ำสะเดาที่ต้มไว้ แล้วทาให้ทั่วใบหน้า - สามารถนำน้ำสะเดาที่ต้มแล้วมาผสมกับโยเกิร์ต หรือนำมาปั่นกับแตงกวา ทาให้ทั่วใบหน้าเพื่อลดความมันของผิวหน้าได้อีกด้วย รักษาผิวแห้งกร้าน -นำผงสะเดาป่น (Neem Powder) มาผสมกับน้ำมันเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil) ประมาณ 2-3 หยด ผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียนนุ่ม นำมาทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวที่แห้งกร้านก็จะกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื่น ดูแลปัญหาเส้นผม - นำน้ำมันสะเดามาทาโคนผม แล้วนวดให้ทั่วศีรษะ

กำจัดกลิ่นเหม็นเฉ่า ๆ ให้อยู่หมัด

สมุนไพรดับกลิ่นเต่า กลิ่นเหม็นเฉ่า ๆ ที่สร้างความอับอายให้เรามาตลอด ถึงเวลาต้องกำจัดกลิ่นเต่าด้วยสมุนไพรเหล่านี้สักที ! การอาบน้ำด้วยความใส่ใจสำหรับบางคนไม่ได้ช่วยให้กลิ่นเต่าที่มีอยู่หมดไปง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอสภาพอากาศร้อน อับชื้น เต่าใต้วงแขนก็สำแดงเดชกันให้ฟุ้งไปหมด ตายล่ะหว่า ! กลิ่นเต่าทำเราขายหน้าแย่ อย่างนี้ต้องจัดการให้รู้เรื่องกันไปข้าง ด้วยสมุนไพรดับกลิ่นเต่าตามลิสต์ข้างล่างนี้เลย โรสแมรี่ โรสแมรี่ แม้จะเป็นเครื่องเทศของต่างประเทศ แต่เราสามารถหาใบโรสแมรี่แห้งได้ในบ้านเราค่ะ และโรสแมรี่ก็มีสรรพคุณในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้เป็นอย่างดี โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Maryland Medical Center ก็บอกว่า กลิ่นเต่าเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียที่หมักหมมอยู่ใต้วงแขนของเรา ฉะนั้นพอเจอโรสแมรี่ที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย กลิ่นเต่าเลยไม่กล้าแหยมเลยล่ะทีนี้ ส่วนวิธีดับกลิ่นเต่าด้วยโรสแมรี่ก็ไม่ยาก เพียงผสมใบโรสแมรี่แห้งประมาณ 1/2 ถ้วยตวง คั้นในน้ำประมาณ 4 ถ้วยตวง แล้วนำไปผสมน้ำอาบเป็นประจำทุกวัน ออริกาโน่ ออริกาโน่ ออริกาโน่ก็มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและเชื้อราไม่ต่างจากโรสแมรี่

รักษาโรครูมาตอยด์

โรครูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาหายได้ ดังนั้นการรักษาทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทว่านอกเหนือจากการใช้ยาแผนปัจจุบันแล้ว สมุนไพรก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ควบคู่กันไปเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด และลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา วันนี้กระปุกดอทคอมเลยหยิบเอา 10 สมุนไพรรักษาโรครูมาตอยด์มาบอกต่อ ใครที่กำลังป่วยด้วยโรคนี้หรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคนี้ ก็ลองเสาะหาสมุนไพรเหล่านี้ไปใช้กันได้ บอกเลยว่าไม่ใช่สมุนไพรที่หายากอะไรเลยล่ะค่ะ ฟ้าทะลายโจร ฟ้าทะลายโจร แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกขมกันแล้วใช่ไหม แต่สำหรับผู้ป่วยโรครูมาตอยด์แล้ว ฟ้าทะลายโจรถือเป็นสมุนไพรยอดคุณเลยเชียวล่ะ เพราะฟ้าทะลายโจรนั้นมีคุณสมบัติในการช่วยต้านการอักเสบ ต้านไวรัส ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ซึ่งในอดีตมักถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน หรือโรคติดเชื้อต่าง ๆ นอกจากนี้การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นอีกว่าฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาอาการไข้หวัด โรคมะเร็ง หรือแม้แต่ช่วยในการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ได้อีกด้วย แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าสารตัวได้ที่อยู่ในฟ้าทะลายโจรที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น แต่ในการศึกษาในปี 2009 นั้นก็ทำให้เราได้ทราบกันว่าฟ้าทะลายโจรสามารถลดอาการบวมของข้อต่อและทำให้สามารถเคลื่อนไหวข้อต่อได้ง่ายขึ้น โดยในการวิจัยได้ให้ผู้ป่วยรับประทานฟ้าทะลายโจรวันละ 3 ครั้งติดต่อกัน 14

รักษาโรคน้ำกัดเท้า

1. มะกรูด สมุนไพรไทยกลิ่นหอมแรงอย่างมะกรูดมีดีอยู่ที่ผิวขรุขระนี่แหละค่ะ เพราะผิวมะกรูดมีฤทธิ์กำจัดเชื้อราบนผิวหนัง แถมยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวของเราได้ โดยให้นำผิวมะกรูดมาคั้นเอาน้ำแล้วผสมกับน้ำมะกรูดที่คั้นสด ๆ จากนั้นนำมาเป็นยาทาแผลน้ำกัดเท้าบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้อาการน้ำกัดเท้าบรรเทาลงได้ อีกทั้งกลิ่นหอมจากมะกรูดยังมอบความรู้สึกสดชื่นให้เราด้วยนะ สมุนไพรรักษาโรคนํ้ากัดเท้า 2. กระเทียม ในกระเทียมมีสารชนิดหนึ่งชื่อว่า Ajoene ซึ่งมีสรรพคุณในการกำจัดเชื้อราได้ดีมาก โดยการทดลองรักษาผู้ป่วยโรคน้ำกัดเท้าพบว่า สารสกัดจาก Ajoene เพียง 1.0% ให้ผลการรักษาโรคน้ำกัดเท้าได้ดีกว่าการรักษาโรคน้ำกัดเท้าด้วยครีมยาในปริมาณ 1.0% เท่ากัน ทว่าสารจากกระเทียมอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณแผลได้ในบางคน สมุนไพรรักษาโรคนํ้ากัดเท้า 3. ข่า เราสามารถนำสมุนไพรใกล้ตัวอย่างข่ามาเป็นยารักษาโรคผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคน้ำกัดเท้าได้ นอกจากนี้ข่ายังมีฤทธิ์ในการรักษากลาก เกลื้อน และแก้ลมพิษได้ด้วยนะคะ โดยในการใช้ข่ารักษาโรคผิวหนังสามารถใช้เหง้าข่าแก่เท่าหัวแม่มือตำให้ละเอียด แล้วผสมเหล้าโรงจนเข้ากันดี จากนั้นนำมาเป็นยาสำหรับทาแผลน้ำกัดเท้าหลาย ๆ ครั้งจนกว่าอาการจะทุเลาลง สมุนไพรรักษาโรคนํ้ากัดเท้า

รักษากลากเกลื้อน

ทองพันชั่ง ทองพันชั่งเป็นสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาโรคต่าง ๆ ได้ทั้งต้น ใบ ราก และก้านเลยทีเดียว โดยในส่วนของการรักษากลากเกลื้อนนั้น เราจะสามารถเลือกใช้ได้ทั้งรากและใบเลยค่ะ วิธีการนำทองพันชั่งมารักษาก็มีด้วยกันถึง 4 วิธี ไม่ว่าจะเป็นการนำใบสดมาตำให้ละเอียดแล้วผสมเหล้าเล็กน้อย หรือนำใบสดที่ตำละเอียดผสมกับน้ำมันดิบแล้วทาบริเวณแผล วิธีนี้ควรทาเพียงวันละครั้งเท่านั้นนะคะ โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 วันก็หายแล้ว ส่วนวิธีที่ 3 คือการนำรากสดและหัวไม้ขีดไฟครึ่งกล่องมาตำจนละเอียด จากนั้นผสมวาสลีน แล้วก็นำมาใช้ได้เลยค่ะ และสุดท้ายวิธีที่ 4 ให้นำรากมาบดละเอียดแล้วผสมกับน้ำมะนาวและน้ำมะขาม เสร็จแล้วก็นำมาทาที่แผลได้เลย สมุนไพรรักษากลากเกลื้อน กระเทียม สมุนไพรใกล้ตัวเราอย่างกระเทียมก็สามารถรักษากลากเกลื้อนได้นะคะ วิธีก็ง่าย ๆ แค่นำกลีบกระเทียมที่ปอกเปลือกและล้างสะอาดแล้ว มาตำเบา ๆ ให้พอแหลก จากนั้นจึงนำมาถูบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที

มะนาว

1. สูตรมะนาวแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ถ่ายไม่ค่อยคล่อง ลองให้มะนาวช่วยแก้อาการท้องผูกได้เลยค่ะ โดยผสมน้ำดื่มกับน้ำมะนาวและเกลือ แล้วค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ มะนาวจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน ส่วนเกลือก็จะช่วยอุ้มน้ำไว้ไม่ให้ถูกร่างกายดูดซึมไปหมด และหลังจากดื่มน้ำมะนาวประมาณ 10-20 นาที จะเกิดอาการถ่ายท้อง เมื่อถ่ายท้องเสร็จแล้วสามารถทานอาหารได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรดื่มน้ำมะนาวอย่างน้อยเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และถ้าอยากให้ผลลัพธ์ดีมาก ๆ ควรดื่มหลังตื่นนอนทุกเช้า จุดนี้ก็จะช่วยล้างพิษในร่างกายได้อีกทางด้วยค่ะ ประโยชน์ของมะนาว 2. สูตรน้ำมะนาวแก้ไอ ขับเสมหะ กรดในน้ำมะนาวจะช่วยกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมา ทำให้ลำคอมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงช่วยลดอาการไอลงได้ อีกทั้งรสเปรี้ยวในน้ำมะนาวยังจะช่วยให้ร่างกายขับเสมหะได้ง่ายขึ้นด้วย โดยสูตรมะนาวแก้ไอขับเสมหะให้คั้นน้ำมะนาว 1 ลูก เติมเกลือเล็กน้อย หรือจะผสมน้ำผึ้ง 1

ลดกลิ่นตัวง่ายๆ

1. ขิง สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัว ขิงมีสรรพคุณช่วยต้านแบคทีเรีย จึงช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่อาจเกิดบนผิวกายได้ โดยวิธีใช้ขิงดับกลิ่นตัวก็เพียงบดขิงแห้งให้เป็นผง แล้วนำมาผสมกับเบกกิ้งโซดาในปริมาณเท่า ๆ กัน จากนั้นนำมาทาเป็นแป้งที่ใต้วงแขน ข้อพับ เพื่อให้ขิงและเบกกิ้งโซดาช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ต้นกำเนิดตัวจี๊ดของกลิ่นกาย แถมขิงยังมีสรรพคุณช่วยลดความอับชื้นด้วยนะคะ ดังนั้นหมดห่วงเรื่องเหงื่อและกลิ่นตัวที่มักจะมาพร้อมกันได้เลย 2. ขมิ้น สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัว ในขมิ้นมีน้ำมันหอมระเหย Tumerone ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดี และยังช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน แถมยังช่วยบำรุงผิวได้ด้วย ส่วนวิธีการใช้ขมิ้นดับกลิ่นตัวแนะนำให้นำขมิ้นชันไปตากแห้ง บดเป็นผงแล้วนำมาทาใต้วงแขน หรือบริเวณที่อับชื้นอย่างข้อพับ เท่านี้ก็จะช่วยระงับกลิ่นตัวได้แล้วค่ะ 3. สะระแหน่ สมุนไพรช่วยลดกลิ่นตัว สารสกัดจากสะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงนำสารสกัดจากสะระแหน่ประมาณ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ แล้วลงไปแช่ตัวสัก 5 นาที หรือจะใช้ใบสะระแหน่สดประมาณ 2

พริกไทย

ครื่องเทศที่มีกันอยู่ทุกครัวเรือน “พริกไทย” พริกไทยเม็ดเล็ก ๆ นี่แหละค่ะที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์มากมาย ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน (11.3%) แป้ง (50%) แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี และมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสีเหลืองราว 1-2% เช่น โมโนเทอร์ปีน (monoterperne) และเซสควเทอร์ปีน (sesquiterpene) ไฟนีน (pinene) โอลีโอเรซิน (Oleoresin) 12-14% ประกอบด้วยสารที่ทำให้มีกลิ่นฉุนเย็นเป็นอัลคาลอยด์ คือ ไพเพอรีน (piperine) สารที่ให้รสเผ็ด คือ